คณะพยาบาลศาสตร์ · มหาวิทยาลัยมหิดล

NURSING ASSESSMENT STUDY NOTES · 2568

สรุปวิชา
การประเมินสุขภาพ

รวมสรุปเนื้อหาสำคัญทุกหัวข้อ ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์ — ตั้งแต่หลักการซักประวัติ การตรวจร่างกาย จนถึงการวินิจฉัยทางการพยาบาล อ่านง่าย ค้นหาไว

OLD CARTS ✓ SAMPLE ✓ PQRST ✓ 11 HEALTH PATTERNS
8หัวข้อในโครงสร้าง
11แบบแผนสุขภาพ
70%ค้นหาปัญหาได้แม่น
3เครื่องมือช่วยจำ
Course Overview

หัวข้อในวิชาการประเมินสุขภาพ

หัวข้อที่เปิดใช้งานอยู่จะแสดงเนื้อหาสรุปด้านล่าง

📋
Topic 01 · กำลังศึกษา
หลักการซักประวัติบุคคล วัยเด็กถึงวัยผู้สูงอายุ
รศ.ดร.ศรินรัตน์ ศรีประสงค์ · ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์
01 · Meaning

ความหมาย & ประเภทข้อมูล

การซักประวัติ (History Taking) คือกระบวนการสัมภาษณ์ที่อาศัยทักษะการสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพ เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

🏥 History Taking คืออะไร?

กระบวนการสัมภาษณ์ผู้ป่วยเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจทางคลินิก โดยต้องอาศัยทักษะการสื่อสารที่ดี การสร้างสัมพันธภาพเชิงช่วยเหลือ และความเอาใจใส่ผู้ป่วย

เป้าหมายสูงสุด: การดูแลรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ — การซักประวัติที่ดีช่วยให้ค้นพบปัญหาผู้ป่วยได้ถูกต้องถึง ร้อยละ 70

📋 สัมภาษณ์🗣️ ทักษะสื่อสาร🤝 สัมพันธภาพเชิงช่วยเหลือ🔬 ข้อมูลทางคลินิก
Subjective Data

ข้อมูลอัตนัย

สิ่งที่ผู้ป่วยบอกเล่า รู้สึก หรือรับรู้ด้วยตนเอง ไม่สามารถวัดได้โดยตรง

💬 "ปวดหัวตุบๆ" / "รู้สึกอ่อนเพลียมาก" / "ท้องเสียมา 2 วัน"
Objective Data

ข้อมูลปรนัย

สิ่งที่สังเกตได้ วัดได้ ตรวจสอบได้ด้วยอุปกรณ์หรือการตรวจร่างกาย

📊 ไข้ 38.5°C / ความดัน 140/90 mmHg / ผล Lab น้ำตาลในเลือดสูง
Primary Source

🙋 แหล่งปฐมภูมิ

ผู้ป่วย/ผู้รับบริการให้ข้อมูลโดยตรง เป็นแหล่งที่เชื่อถือได้มากที่สุด เพราะผู้ป่วยรู้ความรู้สึกของตนเองดีที่สุด

Secondary Source

👨‍👩‍👧 แหล่งทุติยภูมิ

ญาติ ทีมสุขภาพ แฟ้มประวัติ — ใช้เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถให้ข้อมูลได้เอง เช่น เด็กทารก ผู้หมดสติ

👨‍👩‍👧‍👦 ผู้ให้ข้อมูลที่เหมาะสมตามช่วงวัย

👶
เด็กทารก (0-1 ปี)ผู้ปกครอง/มารดา
🧒
เตาะแตะ–ก่อนเรียนผู้ปกครองเป็นหลัก
📚
วัยเรียน (6-12 ปี)เด็ก + ผู้ปกครองร่วม
🧑
วัยรุ่น – ผู้ใหญ่ตัวผู้ป่วยเอง
👴
ผู้สูงอายุผู้ป่วย + ญาติตามสภาพ
02 · Principles

หลักทั่วไปของการซักประวัติ

ปัจจัยสำคัญ 3 ด้านที่ต้องเตรียมก่อนทำการซักประวัติทุกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วน

01

บุคลิกภาพ & ความรู้สึกไว้วางใจ

แต่งกายเหมาะสม ท่าทางเป็นมิตร เข้าถึงง่าย สร้างความรู้สึกไว้วางใจตั้งแต่แรกพบ ผู้ป่วยที่ไว้วางใจจะเปิดเผยข้อมูลได้ครบถ้วนกว่า

02

สถานที่ สมาธิ & ความลับ

เลือกสถานที่เหมาะสม มีความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เพื่อให้ผู้ป่วยมีสมาธิและรู้สึกปลอดภัยในการเปิดเผยข้อมูล

03

ท่าของผู้ป่วย & ความพร้อม

ประเมินว่าผู้ป่วยพร้อมให้ข้อมูลไหม มีอาการรุนแรงที่ต้องช่วยเหลือก่อนหรือเปล่า (ประเมินตาม ABCDE ก่อนเสมอ)

04

วางแผนการซักประวัติ

เตรียมคำถามและโครงสร้างล่วงหน้า กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนและใช้เวลาอย่างเหมาะสม ไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียเวลา

05

ฝึกทักษะการสื่อสาร

ทักษะการสัมภาษณ์เป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ พยาบาลที่ดีต้องพัฒนาทักษะนี้อย่างต่อเนื่องตลอดชีพ

🎯 สรุป: 3 การเตรียม

เตรียมตัวผู้ซัก
ฝึกทักษะสื่อสาร บุคลิกภาพดี สร้างไว้วางใจ
เตรียมสถานที่
สิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ ความเป็นส่วนตัว
เตรียมผู้ป่วย
ให้พร้อมก่อนซัก ประเมิน ABCDE

การเตรียมครบทั้ง 3 ด้าน ย่อมทำให้การซักประวัติราบรื่น ได้ข้อมูลครบ และช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที

03 · Process

ขั้นตอนการซักประวัติ 3 ขั้น

กระบวนการที่ต้องปฏิบัติตามลำดับ ห้ามข้ามขั้นตอน

01

การสร้างสัมพันธภาพ

สร้างความคุ้นเคย ผ่อนคลายบรรยากาศ ก่อนเริ่มซักถาม

แนะนำตนเองด้วยท่าทีเป็นมิตร
ถามชื่อ อายุ เพศ เรียกให้เหมาะสม
ประเมิน ABCDE ก่อนเสมอ
บอกวัตถุประสงค์ ขออนุญาตบันทึก
02

การสัมภาษณ์และบันทึก

หัวใจของการซักประวัติ — รวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ถามอาการสำคัญ (Chief Complaint)
เจาะลึกด้วย SAMPLE / PQRST / OLD CARTS
ซักตามโครงสร้าง 8 หัวข้อ
บันทึกข้อมูลย่อๆ ระหว่างสัมภาษณ์
03

การยุติการซักถาม

ปิดการสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ บันทึกให้ครบ

สรุปประเด็นสำคัญให้ผู้ป่วยยืนยัน
ถามว่ามีอะไรเพิ่มเติมไหม
ขอบคุณ แจ้งขั้นตอนต่อไป
บันทึกข้อมูลให้ครบถ้วนทันที

📋 โครงสร้างการซักประวัติ 8 หัวข้อ

1
อาการสำคัญChief Complaint (CC)
2
ประวัติเจ็บป่วยปัจจุบันPresent Illness (PI)
3
ประวัติเจ็บป่วยปัจจุบันปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
4
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีตPast Medical History
5
ประวัติครอบครัวFamily History
6
ประวัติตามระบบต่างๆReview of Systems
7
ประวัติส่วนตัวและสังคมPersonal & Social History
8
ประวัติตาม 11 แบบแผนFunctional Health Patterns
04 · Mnemonics

เครื่องมือช่วยจำ: SAMPLE · PQRST · OLD CARTS

ใช้สำหรับเจาะลึกประวัติเจ็บป่วยปัจจุบัน เลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

💡 เหมาะสำหรับ: สถานการณ์ฉุกเฉิน / ครอบคลุมข้อมูลสำคัญได้รวดเร็วและครบถ้วน
S

Symptoms · อาการ

"มีอาการผิดปกติอะไรคะ เป็นอะไรมาคะ?"

A

Allergies · การแพ้

"เคยแพ้ยา/อาหารไหม? เกิดอาการแบบไหน?"

M

Medications · ยา

"รับประทานยาอะไรบ้างตอนนี้ กินเพื่ออะไร?"

P

Past Medical History · ประวัติเดิม

"เคยมีอาการแบบนี้ไหม? มีโรคประจำตัวอะไร?"

L

Last Oral Intake/Output

"ทานอาหาร/ดื่มน้ำล่าสุดเมื่อไหร่? ปัสสาวะล่าสุดตอนไหน?"

E

Events · เหตุการณ์

"บาดเจ็บมาอย่างไร? หรืออะไรทำให้เกิดอาการนี้?"

💡 เหมาะสำหรับ: อาการเจ็บปวดเฉียบพลัน / ฉุกเฉิน / ประเมิน Pain Score ได้รวดเร็ว
P

Precipitated Causes · สิ่งกระตุ้น

"ตอนที่เกิดอาการกำลังทำอะไรอยู่?"

Q

Quality · ลักษณะ

"ลักษณะอาการเป็นแบบไหน? ตำแหน่งที่รู้สึก?"

R

Radiation/Refer · การร้าว

"มีอาการร้าวไปที่อื่นไหม?"

S

Severity · ความรุนแรง

"ให้คะแนน 0-10 (0=ไม่มี, 10=ทนไม่ได้) กี่คะแนน?"

T

Timing · เวลา

"เป็นมานานเท่าไหร่ ถึงแค่ไหน ทำอย่างไรถึงหาย?"

💡 เหมาะสำหรับ: ซักประวัติทั่วไป / อาการเรื้อรัง — ครอบคลุมทุกมิติ ละเอียดที่สุด
O

Onset · เวลาเริ่ม

"เริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อไหร่?"

L

Location · ตำแหน่ง

"ตำแหน่งที่เกิดอาการ ให้ชี้บอก"

D

Duration · ระยะเวลา

"เป็นมานานเท่าใด?"

C

Character · ลักษณะ

"บรรยายคุณลักษณะของอาการที่เป็น"

A

Aggravating · ปัจจัยแย่ลง

"มีอะไรที่ทำให้อาการแย่ลง?"

R

Relieving · ปัจจัยดีขึ้น

"มีอะไรที่ทำให้อาการดีขึ้น?"

T

Timing · ความถี่

"เป็นตลอด วงรอบ หรือเป็นๆ หายๆ?"

S

Severity · ความรุนแรง

"ขัดขวางการทำกิจกรรมอื่นๆ ไหม?"

เปรียบเทียบจุดเด่นและการใช้งานของทั้งสองเครื่องมือ

ประเด็นOLD CARTSPQRST
จุดเด่นละเอียด ครอบคลุมทุกมิติกระชับ รวดเร็ว
เหมาะสำหรับซักทั่วไป / เรื้อรังเจ็บปวดเฉียบพลัน / ฉุกเฉิน
เวลาเริ่มO = Onsetรวมใน T = Timing
ตำแหน่งL = Locationรวมใน R = Region
ปัจจัยบรรเทาR = Relieving factorsไม่มี (รวมใน P)
ความรุนแรงS = SeverityS = Severity (0-10)
จำนวนตัวอักษร8 ตัว (ครอบคลุมกว่า)5 ตัว (จำง่ายกว่า)
05 · Health Patterns

11 แบบแผนสุขภาพ (Functional Health Patterns)

กรอบแนวคิดการประเมินภาวะสุขภาพและการวินิจฉัยทางการพยาบาลอย่างครอบคลุมรอบด้าน

11 แบบแผนนี้พัฒนาโดย Marjory Gordon เพื่อให้สอดคล้องกับ ลำดับขั้นความต้องการของ Maslow ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

เป้าหมาย: วินิจฉัยปัญหา หาจุดเด่นของผู้รับบริการ และวางแผนดูแลให้มีชีวิตที่มีความสุขและมีคุณภาพ

👩‍⚕️ Marjory Gordon

นักทฤษฎีการพยาบาล ผู้พัฒนา Functional Health Patterns เป็นกรอบแนวคิดในการประเมินและวินิจฉัยทางการพยาบาลอย่างเป็นระบบ

11 แบบแผนMaslow AlignedHolistic Care
01

การรับรู้และการดูแลสุขภาพ

Health Perception-Management
02

โภชนาการและการเผาผลาญ

Nutritional-Metabolic
03

การขับถ่าย

Elimination Pattern
04

กิจกรรมและออกกำลังกาย

Activity-Exercise (Level 0-IV)
05

การพักผ่อนและนอนหลับ

Sleep-Rest Pattern
06

การรู้คิด การรับรู้ สื่อสาร

Cognitive-Perceptual
07

การรับรู้ตนเอง อัตมโนทัศน์

Self-Perception-Self-Concept
08

บทบาทและสัมพันธภาพ

Role-Relationship
09

เพศและการเจริญพันธุ์

Sexuality-Relationship
10

ความเครียดและการแก้ปัญหา

Coping-Stress-Tolerance
11

คุณค่า ความเชื่อ จิตวิญญาณ

Value-Belief-Spiritual

📊 แบบแผนที่ 4 — ระดับความสามารถในการทำกิจกรรม

Level 0ทำเองได้ทั้งหมด
Level Iต้องใช้อุปกรณ์
Level IIต้องการช่วย แต่ทำต่อได้
Level IIIต้องช่วย + อุปกรณ์
Level IVช่วยตัวเองไม่ได้
06 · Communication

ทักษะการสื่อสารในการซักประวัติ

เทคนิคการสัมภาษณ์และสิ่งที่ควร/ไม่ควรทำ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง

การใช้คำถาม

ใช้คำถามปลายเปิด: "ใช่ไหม ทำไม อย่างไร เมื่อไหร่ อะไร"

💬
การกล่าวนำ

"แล้วอย่างไรต่อคะ" "เล่าต่ออีกนิดซิคะ" ให้ผู้ป่วยเล่าต่อได้

🪞
สะท้อนความรู้สึก

ทวนสิ่งที่ผู้ป่วยพูด แสดงว่ารับรู้และเข้าใจความรู้สึก

🔍
ทำความกระจ่าง

ถามให้ชัดขึ้นเมื่อข้อมูลไม่ชัดเจน หรือคำพูดกว้างเกินไป

🤫
ใช้ความเงียบ

ให้เวลาผู้ป่วยคิดและพูดได้เต็มที่ ไม่รีบขัด ไม่รีบต่อ

📝
การสรุป

"คุณบอกว่ากังวลหลายอย่าง แต่สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ..."

✅ สิ่งที่ควรทำ

  • ใช้ภาษาที่ผู้ป่วยเข้าใจ ไม่ใช้ศัพท์แพทย์
  • ฟังอย่างตั้งใจ ไม่รีบร้อน
  • สบตาอย่างเหมาะสม (ไม่จ้อง ไม่หลบ)
  • นั่งระดับเดียวกัน ห่างประมาณ 1 เมตร
  • พยักหน้า แสดงว่าสนใจและรับรู้
  • สรุปประเด็นเมื่อสิ้นสุดการซักถาม

❌ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ใช้ศัพท์แพทย์/วิชาการที่เข้าใจยาก
  • ห้ามคำถาม "ทำไม" ทำให้ผู้ป่วยตั้งรับ
  • ถามนำ เช่น "ปวดมากใช่ไหมคะ?"
  • พูดขัดจังหวะ พูดมาก/สอนมาก
  • ยืนสัมภาษณ์ หรือนั่งห่างเกิน 1 ม.
  • อ่านคำถามตามแบบฟอร์มโดยตรง

🗝️ เคล็ดลับสำคัญ

👁️ Eyes Contact
👂 ตั้งใจฟัง
🙆 พยักหน้า
🚫 ไม่ขัดจังหวะ
💡 สนใจ ใล่ใจ
🐢 ไม่รีบเร่ง
📋 สรุปประเด็น
07 · Documentation

หลักการเขียนรายงานการซักประวัติ

วิธีบันทึกอาการสำคัญและประวัติเจ็บป่วยให้ถูกต้องตามหลักวิชาชีพ

📝 หลักการเขียนอาการสำคัญ

✍️

เขียนสั้น กะทัดรัด

ประกอบด้วยอาการสำคัญ 2-3 อาการ ไม่ยาวหรือสั้นเกินจนขาดข้อมูล

⏱️

บอกระยะเวลาเสมอ

ระบุเวลาที่เริ่มมีอาการทุกครั้ง เช่น "1 วันก่อนมาโรงพยาบาล"

⚠️

ไม่แปลความหมาย

เขียนจากคำบอกเล่าของผู้ป่วยตรงๆ อย่าแปลงเป็นการวินิจฉัย

🚫

ไม่ใช้ศัพท์แพทย์ใน CC

"dyspnea" → เขียนว่า "หอบเหนื่อย" แทน

📏

ไม่เขียนกว้างเกินไป

"ไม่สบายมา 4 วัน" กว้างเกินไปจนไม่รู้อาการที่แท้จริง

✏️ ตัวอย่างการเขียน

✅ ถูกต้อง
ถูกรถชนสลบ 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
เจ็บหน้าอกมา 1 วันก่อนมาโรงพยาบาล
ถ่ายเหลวเป็นน้ำ 5 ครั้ง, 1 วันก่อนมาโรงพยาบาล
หอบเหนื่อย 2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
❌ ไม่ถูกต้อง
ไม่สบายมา 4 วัน(กว้างเกินไป)
dyspnea ก่อนมา 1 วัน(ศัพท์แพทย์)
เป็นเบาหวานมา 10 ปี ขาบวม(ซับซ้อนเกิน)
ปวดท้องมากมาโรงพยาบาล(ไม่มีระยะเวลา)
📚 การบันทึกตาม 11 แบบแผน

บันทึกแยกตาม 11 แบบแผน เป็นความเรียง แสดงข้อมูลผู้ป่วยในแต่ละแบบแผน เพื่อนำไปวินิจฉัยปัญหาและวางแผนดูแลต่อไป

Quiz

🧠 แบบทดสอบ Topic 01

หลักการซักประวัติ & เครื่องมือช่วยจำ · 11 ข้อ

คะแนนของคุณ (จาก 11 ข้อ)
0ถูก
0ผิด
02 · Problem Analysis

การวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ

วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและวินิจฉัยปัญหาสุขภาพของบุคคล จากวัยเด็กถึงวัยสูงอายุ ทั้งด้านร่างกายและจิตสังคม

🔄 กระบวนการพยาบาล (ADPIE)

การวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพอยู่ใน ขั้น D — Diagnosis ซึ่งต่อเนื่องจากการประเมิน (Assessment) โดยอาศัยทั้ง ข้อมูลที่รวบรวมได้ และ Critical Thinking เพื่อนำไปสู่ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล

📋 Assessment 🔍 Diagnosis 📌 Planning ⚙️ Implementation 📊 Evaluation
A·D
P·I·E
NURSING PROCESS

🗃️ ข้อมูลภาวะสุขภาพที่ได้จากการประเมิน

5 แหล่งข้อมูลหลักที่นำมาวิเคราะห์

👤
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ อายุ ศาสนา รายได้ อาชีพ สิทธิรักษา
📋
ประวัติการเจ็บป่วย
CC · ประวัติปัจจุบัน อดีต ส่วนตัว ครอบครัว 11 แบบแผน
🩺
การตรวจร่างกาย
ผิวหนัง หัวใจ ปอด ประสาท กล้ามเนื้อ ช่องท้อง
🧪
ห้องปฏิบัติการ
CBC BUN Cr Electrolytes Urinalysis Stool
📡
การตรวจพิเศษ
CXR ECG Ultrasound etc.

🔬 ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ 6 ขั้นตอน

ทำตามลำดับเพื่อไม่ให้หลงประเด็น

01
Identify Cues

แยกแยะข้อมูล

แยกข้อมูลปกติออกจากผิดปกติ โดยเทียบกับค่าปกติตามเพศ อายุ และวัย

02
Clustering

จัดกลุ่มข้อมูล

นำข้อมูลผิดปกติมาจัดกลุ่มตามระบบร่างกาย จิตใจ สังคม ตาม 11 แบบแผนกอร์ดอน

03
Inferences

เชื่อมโยงข้อมูล

หาความสัมพันธ์ของข้อมูลเพื่อค้นหาต้นตอของปัญหา ถามว่า "ทำไมถึงเป็นแบบนี้?"

04
Identifying Patterns

ตั้งสมมติฐาน

ร่างปัญหา/ข้อวินิจฉัยที่น่าจะเป็น โดยศึกษาคำจำกัดความของข้อวินิจฉัยพยาบาลนั้นๆ

05
Verifying

ทดสอบสมมติฐาน

พิสูจน์สมมติฐานโดยการหาข้อมูลเพิ่มเติม ห้ามเดาเอง ต้องได้จากการประเมินผู้ป่วย

06
Formulating Nursing Dx

ร่างข้อวินิจฉัย

เขียนตามหลัก PPMP approach พร้อมข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอ

⚖️ ข้อวินิจฉัยพยาบาล vs การวินิจฉัยโรคของแพทย์

ความแตกต่างที่ต้องแม่นยำ

Nursing Diagnosis

🏥 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล

  • เน้นที่ การตอบสนองของผู้ป่วยต่อภาวะโรคและคุณภาพชีวิต
  • เปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นกับการตอบสนอง/อาการของผู้ป่วย เช่น ภาวะขาดอาหาร
  • ปัญหาที่ จัดการโดยพยาบาล ภายใต้ขอบเขตวิชาชีพ
  • กำหนดการจัดการทางการพยาบาลเฉพาะรายบุคคล
  • ครอบคลุมปัญหาทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ
Medical Diagnosis

⚕️ การวินิจฉัยโรคของแพทย์

  • เน้นการระบุสาเหตุ/พยาธิสภาพของโรค
  • คงอยู่จนกว่าโรคจะหาย เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคตับแข็ง
  • ปัญหาที่ แพทย์ให้การรักษาโดยตรง
  • กำหนดแนวทางการรักษาโรคเป็นแนวทางเดียวกัน
  • ไม่ใช่ข้อมูลสนับสนุนของข้อวินิจฉัยพยาบาล

⚠️ ข้อควรจำ: การวินิจฉัยของแพทย์ เช่น "ผู้ป่วยเป็นมะเร็ง" หรือ "เป็นเบาหวาน" ไม่ใช่ข้อมูลสนับสนุนข้อวินิจฉัยพยาบาล เพราะเป็นชื่อโรค ไม่ใช่การตอบสนองของผู้ป่วย

📂 ชนิดของข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล 4 แบบ

NANDA — แบ่งตามสถานะปัญหาของผู้ป่วย

1 · Wellness

ภาวะสุขภาพดี

ผู้รับบริการมีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีศักยภาพ ต้องการพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น

Promote 🌱
2 · Actual

ปัญหาสุขภาพจริง

ผู้รับบริการมีปัญหาสุขภาพแบบฉุกเฉิน เฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ที่ขัดขวางพัฒนาการหรือบทบาทหน้าที่

Manage ⚙️
3 · Potential / Risk

ภาวะเสี่ยง

ผู้รับบริการมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาสุขภาพ ยังไม่มีปัญหาจริง แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจัดการ

Predict & Prevent 🛡️
4 · Collaborative

ปัญหาร่วม

พยาบาลต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ต้องรับผิดชอบร่วมกับแพทย์ มีทั้งบทบาทอิสระและไม่อิสระ

Predict + Prevent + Manage + Promote 🤝

🎯 PPMP Approach — หลักการกำหนดข้อวินิจฉัย

พยาบาลสามารถจำแนกได้ด้วย 4 บทบาทหลัก

P
Predict

คาดการณ์โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือความเสี่ยง

P
Prevent

จัดการปัจจัยเสี่ยง ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

M
Manage

กำหนด Nursing Dx เพื่อเริ่มดูแลทันที หรือส่งต่อ

P
Promote

ระบุการตอบสนองของผู้ป่วย ส่งเสริมคุณภาพชีวิต

✍️ สูตรการเขียนข้อวินิจฉัย P + E + S

ใช้สำหรับปัญหาจริง (Actual Problems)

P

Problem

ปัญหาทางการพยาบาล — ชื่อข้อวินิจฉัยจาก NANDA

เช่น "ความสามารถในการทำกิจกรรมลดลง"
E

Etiology

สาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิด — เชื่อมด้วย "เนื่องมาจาก..."

เช่น "เนื่องมาจากปวดแผลผ่าตัด"
S

Signs/Symptoms

อาการและอาการแสดงที่ยืนยัน — เชื่อมด้วย "แสดงโดย..."

เช่น "แสดงโดย ปวด 8/10 ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย"

🚫 ข้อมูลสนับสนุนต้องไม่ใช่: ความคิดเห็นของพยาบาล · การวินิจฉัยของแพทย์ · การรักษาและยา · ข้อมูลที่ยังไม่ได้ประเมิน

เทคนิคการสอบ: Step 1 สำคัญที่สุด — ถ้าแยกแยะ Cues ผิดปกติได้ไม่ครบ จะทำให้ตั้งปัญหาผิด มองให้ครอบคลุมทั้ง ร่างกาย · จิตใจ · สังคม

02 · Gordon's Functional Health Patterns

11 แบบแผนสุขภาพของกอร์ดอน

กรอบแนวคิดสำหรับรวบรวมและจัดกลุ่มข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยอย่างครอบคลุม (Gordon, 2002)

PATTERN 01

การรับรู้สุขภาพและการจัดการดูแลสุขภาพ

Health perception-health management pattern
  • การรับรู้สุขภาพของตนเองและบุคคลที่รับผิดชอบ
  • พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันการเจ็บป่วย
  • การดูแลรักษา การฟื้นฟูสภาพ ปัจจัยเสี่ยง
PATTERN 02

โภชนาการและการเผาผลาญอาหาร

Nutritional-metabolic pattern (7 แบบแผนย่อย)
  • อาหารและโภชนาการ · การเผาผลาญสารอาหาร
  • น้ำและอิเล็คโตรไลท์ · อุณหภูมิร่างกาย
  • การเจริญเติบโตและพัฒนาการ · ผิวหนังและเยื่อบุ · ภูมิคุ้มกัน
PATTERN 03

การขับถ่าย

Elimination pattern
  • การขับถ่ายอุจจาระ (ความถี่ ลักษณะ ปัญหา)
  • การขับถ่ายปัสสาวะ (ปริมาณ สี กลิ่น ปัญหา)
PATTERN 04

การทำกิจกรรมและการออกกำลังกาย

Activity-exercise pattern
  • การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
  • การทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อ
  • การทำงานของระบบหายใจและระบบหัวใจ
PATTERN 05

การพักผ่อนและนอนหลับ

Sleep-rest pattern
  • จำนวนชั่วโมงการนอนหลับ คุณภาพการนอน
  • ปัญหาการนอนไม่หลับ การงีบหลับกลางวัน
PATTERN 06

การรู้คิดและการรับรู้

Cognitive-perceptual pattern
  • การรับรู้ความรู้สึกและการตอบสนอง (ปวด ร้อน เย็น)
  • ความสามารถทางสติปัญญา ความจำ การตัดสินใจ
PATTERN 07

การรับรู้ตนเอง อัตมโนทัศน์ ภาพลักษณ์ และอารมณ์

Self-perception – Self-concept pattern
  • การรับรู้ตนเอง ความภาคภูมิใจ ภาพลักษณ์ร่างกาย
  • สภาพอารมณ์ ความวิตกกังวล ความกลัว ภาวะซึมเศร้า
PATTERN 08

บทบาทและสัมพันธภาพ

Role-relationship pattern
  • บทบาทในครอบครัว สังคม การงาน
  • สัมพันธภาพกับบุคคลอื่น การสื่อสาร ความขัดแย้ง
PATTERN 09

เพศสัมพันธ์และการเจริญพันธุ์

Sexuality-reproductive pattern
  • เพศสัมพันธ์ ความพึงพอใจ ปัญหาทางเพศ
  • ประวัติการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด ประจำเดือน
PATTERN 10

ความเครียด การทนต่อความเครียด และการแก้ปัญหา

Coping-stress-tolerance pattern
  • แหล่งความเครียด วิธีจัดการความเครียด
  • แหล่งสนับสนุนทางสังคม ครอบครัว
PATTERN 11

คุณค่า-ความเชื่อ

Value-belief pattern
  • ค่านิยม ความเชื่อ ศาสนา จิตวิญญาณ
  • เป้าหมายชีวิต แรงจูงใจในการดูแลสุขภาพ

💡 เทคนิค: เมื่อจัดกลุ่มข้อมูลตาม 11 แบบแผน ให้มองให้ครอบคลุมทั้ง ร่างกาย (1–6) · จิตใจ-อารมณ์ (7,10) · สังคม-บทบาท (8,9) · จิตวิญญาณ (11) เพราะข้อวินิจฉัยพยาบาลครอบคลุมปัญหาทั้ง 5 มิติ ไม่เฉพาะแค่ร่างกายเท่านั้น

02 · Types of Nursing Diagnosis

ชนิดของข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล (NANDA)

แบ่งเป็น 4 ประเภทตามสถานะปัญหาสุขภาพของผู้รับบริการ

ประเภท ความหมาย กิจกรรมพยาบาล (PPMP) ตัวอย่าง
🌱 ภาวะสุขภาพดี
(Wellness)
ผู้รับบริการมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง มีศักยภาพ ต้องการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น Promote ดูแลสุขภาพตนเองเหมาะสม · มีพฤติกรรมแสวงหาสุขภาพ · มีความพร้อมในการพัฒนาการดูแลตนเอง
⚡ ปัญหาสุขภาพจริง
(Actual Problems)
มีปัญหาสุขภาพแบบฉุกเฉิน เฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ที่ขัดขวางพัฒนาการหรือบทบาทหน้าที่ Manage ขาดสารอาหาร · ปวดแผลผ่าตัด · มีภาวะท้องผูก · เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ · สูญเสียภาพลักษณ์
⚠️ ภาวะเสี่ยง
(Potential / Risk)
ยังไม่มีปัญหา แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีแนวโน้มเกิดปัญหาสุขภาพ Predict & Prevent เสี่ยงต่อการติดเชื้อ · อาจเกิดแผลกดทับ · เสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม · เสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ
🤝 ปัญหาร่วม
(Collaborative Problems)
พยาบาลต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน แต่ไม่สามารถจัดการตามลำพัง ต้องรับผิดชอบร่วมกับแพทย์ P+P+M+Promote เฝ้าระวัง ติดตาม ประเมิน ให้ความช่วยเหลือทันที ทำตามแผนการรักษา

🏋️ แบบฝึกหัด: จำแนกชนิดข้อวินิจฉัย

ดูจากตัวอย่างและจำแนกว่าเป็นประเภทใด (1=Wellness · 2=Actual · 3=Risk · 4=Collaborative)

1 · ดูแลสุขภาพตนเองเหมาะสม
2 · ขาดสารอาหาร
3 · อาจเกิดแผลกดทับที่ก้นกบ
3 · เสี่ยงต่อการเกิดขาดออกซิเจน
2 · เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
1 · มีความพร้อมในการพัฒนาการดูแลตนเอง
2 · มีภาวะท้องผูก
3 · เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
2 · ปวดแผลผ่าตัดหน้าท้อง
3 · เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บ
1 · มีพฤติกรรมแสวงหาสุขภาพ
4 · เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการช่วยเหลือตนเองได้น้อย

💡 จาก Slide หน้า 11 · พรศิริ พันธสี, 2553

⚖️ สรุปลักษณะสำคัญของข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล

  • เน้นที่ การตอบสนองต่อภาวะโรค ไม่ใช่ชื่อโรค
  • เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ หน้าที่ในชีวิตประจำวัน และ คุณภาพชีวิต
  • จัดการได้ด้วยพยาบาลภายใต้ขอบเขตวิชาชีพ พยาบาลตัดสินใจได้อิสระ
  • ครอบคลุมปัญหาทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ
  • เปลี่ยนแปลงได้ ตามการตอบสนอง/อาการของผู้ป่วย ≠ Medical Dx ที่คงเดิมจนหาย
02 · Writing Nursing Diagnosis

สูตร P + E + S — การเขียนข้อวินิจฉัยพยาบาล

โครงสร้างมาตรฐานสำหรับเขียนข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล พร้อมหลักการเลือกข้อมูลสนับสนุน

P

Problem

ปัญหาทางการพยาบาล — ชื่อข้อวินิจฉัยจาก NANDA ที่สะท้อนการตอบสนองของผู้ป่วย

เช่น "ความสามารถในการทำกิจกรรมลดลง" · "สูญเสียภาพลักษณ์" · "มีภาวะท้องผูก"
E

Etiology (เนื่องมาจาก...)

สาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา เชื่อมด้วยคำว่า "เนื่องมาจาก..."

เช่น "...เนื่องมาจากปวดแผลผ่าตัด" · "...เนื่องจากสูญเสียเต้านม"
S

Signs/Symptoms (แสดงโดย...)

อาการและอาการแสดงที่ยืนยันว่ามีปัญหาจริง เชื่อมด้วย "แสดงโดย..."

เช่น "...แสดงโดย ปวด 8/10 · ไม่ค่อยเคลื่อนไหว · บางครั้งปวดจนร้องไห้"

📋 หลักการเลือกข้อมูลสนับสนุน (Supporting Data)

✅ ข้อมูลสนับสนุน ต้องเป็น
  • ข้อเท็จจริงที่ ประเมินได้จากผู้ป่วยโดยตรง
  • ข้อมูลปรนัย (Objective) — พยาบาลสังเกต/วัดได้
  • ข้อมูลอัตนัย (Subjective) — ผู้ป่วยบอกเอง
  • ข้อมูลที่ เพียงพอ ที่จะบ่งชี้ว่ามีปัญหาจริง
🚫 ข้อมูลสนับสนุน ห้ามใช้
  • ความคิดเห็นหรือการคาดเดาของพยาบาล
  • การวินิจฉัยของแพทย์ เช่น "ผู้ป่วยเป็นมะเร็ง"
  • การรักษาและยา เช่น "ได้รับออกซิเจน"
  • ข้อมูลที่ยังไม่ได้ประเมินจากผู้ป่วยจริง

⚠️ ตัวอย่าง: ไข้สูงอย่างเดียว ไม่เพียงพอ ที่จะกำหนดว่า "ผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อ" ต้องมีข้อมูลสนับสนุนเพิ่ม เช่น WBC สูง, มีหนอง, ผลเพาะเชื้อ

🎯 PPMP Approach — เชื่อมชนิด Dx กับกิจกรรมพยาบาล

🌱
Wellness
→ Promote
Actual
→ Manage
⚠️
Risk/Potential
→ Predict & Prevent
🤝
Collaborative
→ P+P+M+Promote
02 · Case Study Walk-through

กรณีตัวอย่าง: วิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ 6 ขั้นตอน

ผู้ป่วยหญิง อายุ 42 ปี หลังผ่าตัดเต้านมข้างซ้าย 2 วัน (ตามสไลด์)

📄 ข้อมูลผู้ป่วย

ผู้ป่วยหญิง อายุ 42 ปี หลังผ่าตัดเต้านมข้างซ้าย 2 วัน รู้สึกตัวดี นอนหน้านิ่ว คิ้วขมวด ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบน มีน้ำตาซึมขอบตา เมื่อญาติมาเยี่ยมก็ร้องไห้ เมื่อพยาบาลเข้าไปถาม บอกว่า "ผู้หญิงมีเต้านมข้างเดียวน่าเกลียด กลัวสามีจะทิ้ง"

STEP 01 · Identify Cues
แยกแยะข้อมูลผิดปกติ
1. หลังตัดเต้านมข้างซ้าย 2 วัน 2. นอนหน้านิ่วคิ้วขมวด 3. ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบน 4. มีน้ำตาซึมขอบตา 5. นอนร้องไห้ 6. บอกว่าน่าเกลียด 7. กลัวสามีทอดทิ้ง
STEP 02 · Clustering
จัดกลุ่มข้อมูล
สภาพทางร่างกาย (Pattern 4)
1, 2, 3 → Activity-exercise pattern
สภาพทางจิตใจ-สังคม (Pattern 7, 8, 9)
4, 5, 6, 7 → Self-perception / Role pattern
STEP 03–04 · Inferences + Hypothesis
เชื่อมโยงข้อมูลและตั้งสมมติฐาน

กลุ่มร่างกาย (1,2,3) → หลังผ่าตัดเต้านม ทำให้ "นอนหน้านิ่ว + ไม่ค่อยขยับ" → สมมติฐาน: ปวดแผลผ่าตัด
กลุ่มจิตใจ-สังคม (4,5,6,7) → "น้ำตาซึม + ร้องไห้ + บอกว่าน่าเกลียด + กลัวสามีทิ้ง" → สมมติฐาน: สูญเสียภาพลักษณ์

STEP 05 · Verifying
ทดสอบสมมติฐาน — ซักถามเพิ่มเติม
ถาม: "มีอาการปวดแผล หรือไม่สบายตรงไหนไหม"
ได้: บอกปวดบริเวณผ่าตัด 8/10, เคลื่อนไหวแล้วปวดมากขึ้น
ถาม: "ทำไมถึงนอนร้องไห้"
ได้: พูดว่าตนเองน่าเกลียดมาก กลัวสามีจะรังเกลียด แล้วร้องไห้ต่อ
STEP 06 · Formulate Nursing Diagnosis
ร่างข้อวินิจฉัยพยาบาล
1. Actual · Manage
ปวดแผลผ่าตัด เนื่องมาจากการผ่าตัดเต้านมข้างซ้าย
แสดงโดย: ผู้ป่วยบอกปวด 8/10 · เคลื่อนไหวแล้วปวดมากขึ้น · บางครั้งปวดจนร้องไห้ · นอนหน้านิ่วคิ้วขมวด · ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบน
2. Actual · Manage
สูญเสียภาพลักษณ์ เนื่องจากสูญเสียเต้านม
แสดงโดย: พูดว่าตนเองน่าเกลียดมาก · กลัวสามีจะรังเกลียด · นอนร้องไห้ · มีน้ำตาซึมขอบตา
3. Potential · Predict & Prevent
เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนข้อไหล่ติด เนื่องจากปวดแผลและไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายส่วนบน
🏆 สรุปเทคนิคสำคัญสำหรับการสอบ
  • Step 1 สำคัญที่สุด — ถ้าแยก Cues ผิดปกติได้ไม่ครบ จะตั้งปัญหาผิดทั้งหมด
  • อ่านโจทย์ให้ละเอียด: แยก ข้อมูลปรนัย (พยาบาลเห็น/วัด) กับ ข้อมูลอัตนัย (ผู้ป่วยบอก)
  • มองให้ครอบคลุม ร่างกาย · จิตใจ · สังคม อย่าเน้นแค่ด้านใดด้านหนึ่ง
  • ห้ามเดาเอง — ต้องมีข้อมูลยืนยันจากการประเมินผู้ป่วยจริงก่อนกำหนดข้อวินิจฉัย
  • การแพทย์วินิจฉัย ≠ ข้อมูลสนับสนุน · การรักษา/ยา ≠ ข้อมูลสนับสนุน
Quiz

🧠 แบบทดสอบ Topic 02

การวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพ & ข้อวินิจฉัยพยาบาล · 10 ข้อ

คะแนนของคุณ (จาก 10 ข้อ)
0ถูก
0ผิด
🧪
Topic 03 · กำลังศึกษา
หลักการแปลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการบันทึกรายงานสุขภาพ
ผศ.ดร.นันทกานต์ มณีจักร · ภาควิชาการพยาบาลอายุรศาสตร์
03 · Lab Introduction

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

กระบวนการทางการแพทย์ที่ทดสอบตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ สารคัดหลั่ง อุจจาระ หรือเนื้อเยื่อจากร่างกาย

🔬 Laboratory Test คืออะไร?

"A medical procedure that involves testing a sample of blood, urine, secretion, stool, tissue or other substance from the body."

🩸 เลือด💧 ปัสสาวะ💩 อุจจาระ🧫 เนื้อเยื่อ
Lab
TEST

📊 ประโยชน์ของการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

🔍
DIAGNOSTIC

วินิจฉัยโรค

ยืนยันหรือแยกแยะโรคจากอาการและอาการแสดง

🤝
SUPPORTING

สนับสนุนการวินิจฉัย

เพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัยโรค

📋
GUIDELINE

แนวทางการรักษา

ชี้นำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

📈
PROGNOSTIC

พยากรณ์โรค

คาดการณ์ผลลัพธ์และความรุนแรงของโรค

🛡️
PREVENTION

เฝ้าระวัง ป้องกันโรค

คัดกรองและป้องกันโรคก่อนมีอาการ

⚙️ หลักการแปลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

📄
RESULT

การรายงานผลตรวจ (Laboratory report)

📏
NORMAL RANGE

ค่าปกติ หรือ ค่าอ้างอิง (Reference range)

🔬
ANALYSIS

การวิเคราะห์และแปลผลตรวจ

Qualitative

รายงานเชิงคุณภาพ

รายงานแบบ Positive / Negative เช่น ผลเพาะเชื้อ ผลการตรวจพยาธิ

Quantitative

รายงานเชิงปริมาณ

รายงานแบบตัวเลขปริมาณ เช่น FBS: 159 mg/dl, WBC: 5,000 cells/mm³

เกรดดิ่ง: Negative (0%) · 1+ few (<25%) · 2+ moderate (25–50%) · 3+ many (51–75%) · 4+ numerous (76–100%)

⚠️ ค่าวิกฤติ (Critical Value)

ค่าผิดปกติที่ ต้องรีบแจ้งแก่แพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ทันท่วงที เช่น FBS < 40 mg/dl หรือ > 450 mg/dl, APTT > 70 sec

03 · CBC

การตรวจทางโลหิตวิทยา (Hematology)

การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) โดยการนับปริมาณและดูรูปร่างของเซลล์ทั้งหมดในเลือด

RBC

เม็ดเลือดแดง

RBC count
Hemoglobin (Hb)
Hematocrit (Hct)
RBC Indices: MCV, MCH, MCHC
WBC

เม็ดเลือดขาว

WBC count
WBC differential count
Neutrophil, Lymphocytes
Monocyte, Basophil, Eosinophil
PLT

เกล็ดเลือด

Platelet count
Platelet smear

🔴 Red Blood Cell count (RBC count)

ค่าจำนวนเม็ดเลือดแดงที่นับได้ ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปส่งยังเนื้อเยื่อและส่วนต่างๆ ของร่างกาย

กลุ่มNormal RangeLow (สาเหตุ)High (สาเหตุ)
ชาย4.6–6.2 × 10⁶/μLHemorrhage, Hemolysis, ขาด Iron/B12/Folate, Sickle cell, Thalassemia, Bone marrow failureร่างกายต้องการ O₂ เพิ่ม, ภาวะขาดน้ำ
หญิง4.2–5.4 × 10⁶/μL
เด็ก3.8–5.5 × 10⁶/μL
ทารก3.4–5.2 × 10⁶/μL

💉 Hemoglobin (Hb) & Hematocrit (Hct)

Hemoglobin (Hb)

ชาย 14–18 · หญิง 12–16 · เด็ก 11–16 · ทารก 10–15 g/dl

วัดความเข้มข้นของ Hb ซึ่งนำ O₂ เข้าสู่เซลล์ และช่วยนำ CO₂ ออกจากเซลล์

*** ค่า Hb คาดเคลื่อนได้ กรณีเจาะเลือดจากแขนที่ได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ หรือรัดสายไว้นาน ***
Hematocrit (Hct)

ชาย 42–53% · หญิง 37–47% · เด็ก 31–43% · ทารก 30–40%

หาเปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงต่อปริมาณเลือดทั้งหมด

*** ค่า Hct คาดเคลื่อนได้ กรณีรัดสาย Tourniquet ไว้นานเกินไป หรือผู้ป่วยไฟไหม้รุนแรง ***
↑ Hb & Hct สูง:
Polycythemia, Dehydration, Heart Disease, High Altitude, Heavy Smokers, Prolonged tourniquet stasis
↓ Hb & Hct ต่ำ:
Anemia, Volume Overload, Blood loss, Hemolysis, Alcohol, Pregnancy

🔬 Red Blood Cell Indices

MCV
Mean Corpuscular Volume
Normal: 80–95 fl
LOW: RBC เล็ก (Microcytic) → Iron Deficiency Anemia, Thalassemia
HIGH: RBC ใหญ่ (Macrocytic) → Megaloblastic Anemia, ขาด Vit B12, โรคตับ
MCH
Mean Corpuscular Hemoglobin
Normal: 27.5–33.2 pg
LOW: สัมพันธ์กับ Iron Deficiency Anemia
HIGH: สัมพันธ์กับ Macrocytic Anemia
MCHC
Mean Corpuscular Hb Concentration
Normal: 33.4–35.5 %
LOW: Overhydration, Iron Deficiency Anemia, Thalassemia, Sideroblastic Anemia

⬜ White Blood Cell count (WBC count)

ค่าจำนวนเม็ดเลือดขาวที่นับได้จากตัวอย่างเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิลิตร | Normal: 4,000–11,000 cells/mm³

↓ LOW (Leukocytopenia):

การติดเชื้อไวรัส, ไขกระดูกถูกกด, ม้ามโต, ได้รับรังสีรักษา

↑ HIGH (Leukocytosis):

ติดเชื้อรุนแรง, Uremia, ได้รับ Steroid, ไอกรน, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, ผ่าตัด

WBC Differential Count (นับ 100 cells จาก Blood smear)

ชนิดNormalLOWHIGH
Neutrophils40–60%Viral infection, Aplastic AnemiaBacterial infection
Lymphocytes20–40%ได้รับยากดภูมิ / SteroidsViral infection, Tuberculosis
Monocytes4–8%Aplasia of bone marrowติดเชื้อเรื้อรัง, TB
Eosinophils1–3%Stress, ใช้ Steroidsการแพ้, ติดเชื้อพยาธิ
Basophils0–1%Thyrotoxicosis, ใช้ Steroidsมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง

🩸 Platelet count (PLT)

การนับจำนวนเกล็ดเลือด ช่วยหยุดยั้งการไหลของเลือดขณะเกิดบาดแผล | Normal: 140,000–400,000 cells/ml

↓ LOW:

ไขกระดูกถูกทำลาย/ไม่ทำงาน, ม้ามโต (ทำลาย RBC, WBC, PLT)

↑ HIGH:

มะเร็ง, คนที่ตัดม้ามออก, การอักเสบหรือติดเชื้อเรื้อรัง

03 · Blood Chemistry

การตรวจทางเคมี (Blood Chemistry)

การตรวจหาระดับของสารต่างๆ ที่มีอยู่ในเลือดซึ่งสามารถก่อปฏิกิริยาเคมีได้

🍬 กลุ่มน้ำตาลในเลือด

FPG / FBS / FBG

Fasting Blood Sugar

ตรวจน้ำตาลในเลือดหลังงดน้ำงดอาหาร 8 ชั่วโมง

✓ ปกติ: 70–99 mg/dl
⚠ Prediabetes: 100–125 mg/dl
✗ Diabetes: ≥ 126 mg/dl
Critical: <40 หรือ >450 mg/dl
GLUCOSE TOLERANCE TEST

75g OGTT

ยืนยันความผิดปกติของน้ำตาลในเลือด

1 hr PG ผิดปกติ: ≥ 180 mg/dl
2 hr PG Prediabetes: 140–199 mg/dl
2 hr PG Diabetes: ≥ 200 mg/dl
HBA1C

Hemoglobin A1C

ตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือดช่วง 3 เดือน

⚠ Prediabetes: A1C 5.7–6.4% (39–47 mmol/mol)
✗ Diabetes: A1C ≥ 6.5% (48 mmol/mol)

🫀 กลุ่มไขมันและ Uric acid

รายการLow Heart RiskBorderlineHigh Heart Risk
Total Cholesterol< 200 mg/dL200–239≥ 240
LDL (ไขมันเลว)< 130 mg/dL130–159≥ 160
HDL (ไขมันดี)≥ 60 mg/dL50–59< 50
Triglycerides< 150 mg/dL150–199≥ 200

💡 Blood Uric Acid — ชาย: ≤ 3.4–7 mg/dl · หญิง: ≤ 2.4–5.7 mg/dl | กรดยูริกสูงสะสมทำให้ข้ออักเสบ → โรคเกาต์

🫘 การทำงานของไต (BUN & Creatinine)

BUN (Blood Urea Nitrogen)

Normal: 9–20 mg/dl

ปริมาณไนโตรเจนในกระแสเลือด สะท้อนการทำงานของไต

↓ LOW: Malnutrition, Overhydrated, ยา Chloramphenicol
↑ HIGH: โรคไต, Acute Renal Failure, Dehydration
Creatinine (Cr)

Normal: 0.7–1.5 mg/dl · BUN:Cr = 20:1

ของเสียจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อ ถูกขับออกทางไต

↓ LOW: Myasthenia Gravis, Muscular Dystrophy
↑ HIGH: Dehydration, การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ (นิ่ว)

🫁 การทำงานของตับ (Liver Function)

การตรวจNormal Range↑ HIGH (สาเหตุ)
Total protein6–8 g/dlการอักเสบ/ติดเชื้อที่ตับ
Albumin3.2–4.5 g/dlDehydration ↑ | Liver cancer, Hepatitis, Cirrhosis ↓
Globulin1.5–3 g/dlติดเชื้อ, ตับแข็งที่ท่อน้ำดี
Total Bilirubin0.1–1.0 mg/dlJaundice, Liver damage, Biliary obstruction, Hemolysis
AST/SGOT0–40 IU/LHepatitis, Cancer, Cirrhosis
ALT/SGPT27–119 IU/LHepatitis, Cancer, Paget's Disease, Rickets, Bone tumor
ALP0–41 IU/LHepatitis, Cancer, Cirrhosis (ตับ ท่อน้ำดี กระดูก)
GGTชาย 6–45 · หญิง 5–30 U/Lโรคตับ, ดื่มสุรา, โรคตับอ่อน

📊 การแปลผล AST/ALT/ALP ร่วมกัน: อักเสบเซลล์ตับเท่านั้น → AST↑ ALT↑ ALP ปกติ | ทางเดินน้ำดีนอกตับ → ALP↑ เท่านั้น | ทั้งในและนอกตับ → AST↑ ALT↑ ALP↑

🫙 การทำงานของตับอ่อน (Pancreas)

Amylase (56–190 IU/L)

เอนไซม์เปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล

↓ LOW: ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง
↑ HIGH: ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน, มะเร็งตับอ่อน
Lipase (56–190 IU/L)

เอนไซม์ย่อยไขมัน

↑ HIGH: ตับอ่อนอักเสบ (สูงขึ้น 24–48 ชม. หลังมีอาการ สูงนาน 5–7 วัน) ใช้วินิจฉัยตับอ่อนอักเสบดีที่สุด

❤️ หัวใจ / การแข็งตัวเลือด / เกลือแร่

การตรวจNormal Rangeความหมายเมื่อผิดปกติ
pH (ABG)7.35–7.45↓ Acidosis · ↑ Alkalosis
PaCO₂ (ABG)35–45 mmHg↑ Hypoventilation · ↓ Hyperventilation
PaO₂ (ABG)80–100 mmHg↓ Hypoxemia
HCO₃⁻ (ABG)22–26 mEq/Lสะท้อนการทำงานของไต
O₂Sat95–100%↓ ต่ำกว่า 95% ต้องให้ O₂
PTT30–45 secAbnormal: > 2.5–3× control → ขาด clotting factor
PT12–14 secAbnormal: > 2–2.5× control → Anticoagulant therapy, ขาด Vit K
APTT30–40 sec (ratio 1.5–2.5)Abnormal: > 70 sec → ขาดโปรตีนในเลือด, ตับแข็ง
CK-MBชาย 0–6.22 · หญิง 0–4.88 ng/mL↑ กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย
cTnI / cTnT0.0–3.1 / 0.0–0.1 ng/mL↑ กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย (Troponin จำเพาะ)
Sodium (Na⁺)136–142 mEq/L↓ Hyponatremia · ↑ Hypernatremia
Potassium (K⁺)3.5–5.0 mEq/L↓ Hypokalemia · ↑ Hyperkalemia
Chloride (Cl⁻)95–105 mEq/Lสัมพันธ์กับ Na และ HCO₃
HCO₃⁻22–26 mEq/Lสะท้อนความเป็นกรด-ด่าง
HemocultureNegative / Not foundPositive = มีเชื้อก่อโรคในกระแสเลือด
03 · Urine Analysis

การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis)

การตรวจทางกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยาของปัสสาวะ เพื่อประเมินการทำงานของไตและทางเดินปัสสาวะ

🎨 สีปัสสาวะ (ปกติ: เหลืองอ่อน สีอำพัน)

เหลืองเข้ม (Dark yellow)

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)

เหลืองขุ่น (Smoky yellow)

มีการอักเสบ มีเม็ดเลือดขาว

แดงสด (Bright red)

มี Hemoglobin หรือเลือดในทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง

แดงเข้ม (Dark red)

มีเลือดที่ไต

น้ำตาลขุ่น (Smoky brown)

ตะกอนเม็ดเลือดแดง

👁️ ลักษณะ (Clarity)

ปกติ: ใส (Clear)
ขุ่น (Cloudiness) = มีหนอง เซลล์เยื่อบุ

👃 กลิ่น (Odor)

ปกติ: แอมโมเนียอ่อนๆ Aromatic
กลิ่นฉุน: ติดเชื้อ E. coli
กลิ่นคาว: ติดเชื้อ Proteus

⚗️ pH (4.5–7.5)

มีฤทธิ์เป็นด่างมากๆ จากติดเชื้อ Proteus ที่เปลี่ยนยูเรียในปัสสาวะเป็นแอมโมเนีย

⚖️ Specific Gravity (1.010–1.025)

↑ สูง: ขาดน้ำ น้ำตาล/โปรตีนในปัสสาวะ
↓ ต่ำ: ไตสูญเสียกลไกดูดน้ำกลับ โรคเบาจืด

🧪 Protein/Albumin (Normal: 0/Neg)

0–trace = ปกติ
+1 = อาจผิดปกติ
≥ +2 = ผิดปกติ

🔭 การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Urine Microscopy)

รายการค่าปกติความหมายเมื่อสูง
RBC (เม็ดเลือดแดง)0–2 Cell/HPF หรือ 5 Cell/mlกระเพาะปัสสาวะอักเสบ, นิ่ว, มะเร็ง
WBC (เม็ดเลือดขาว)0–3.5 Cell/HPF หรือ 10 Cell/mlทางเดินปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อ ระคายเคือง
Epithelial cell (เซลล์เยื่อบุ)0 / Negativeพบ Squamous, Renal, Transitional cell → การอักเสบ
Cast (แท่งรูปทรงกระบอก)0 / NegativeHyaline cast, Epithelial cast, Blood cast → โรคไต
Bacteria0 / Negativeติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ (UTI)
03 · Stool Examination

การตรวจอุจจาระ (Stool Exam)

การตรวจหาเชื้อก่อโรค พยาธิ และเลือดที่แฝงอยู่ในอุจจาระ

🧫
STOOL CULTURE

การเพาะเชื้ออุจจาระ

นำอุจจาระมาเพาะเชื้อ ตรวจหาเชื้อแบคทีเรียและไวรัสก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร

ปกติ: Negative / Not found
🪱
STOOL FOR PARASITE

ตรวจหาพยาธิ / ไข่พยาธิ

ตรวจหาพยาธิหรือไข่พยาธิที่ถูกขับออกมาจากอุจจาระ ระบุชนิดพยาธิที่พบ

ปกติ: Negative / Not found
🩸
STOOL FOR OCCULT BLOOD

ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ

ตรวจหาเลือดที่แฝงอยู่ในอุจจาระ ใช้คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และเลือดออกในทางเดินอาหาร

ปกติ: Negative / Not found

📋 ผลการตรวจอุจจาระ

ค่าปกติ = Negative หรือ Not found | หากพบผิดปกติ จะระบุชนิดเชื้อ พยาธิ หรือไข่พยาธิที่ตรวจพบ

03 · Lab Recording

การบันทึกผล LAB แบบก้างปลา

วิธีบันทึกผลตรวจทางห้องปฏิบัติการในรูปแบบที่กระชับและอ่านง่ายสำหรับทีมสุขภาพ

🩸 CBC (Complete Blood Count)

รูปแบบที่ 1
Hb  WBC  Hct
   ╲  |  ╱
    PLT

รูปแบบที่ 2 (Differential)
N · L · M
E · B

⚗️ Electrolyte (E'lyte)

  BUN
NA  K  ╱
Cl  HCO₃
    ╲ Cr

พร้อม Ca, Mg, PO₄ เมื่อจำเป็น

🫁 Liver Function Test (LFT)

    Chop
Alb | TB | AST ─ ALP
Glb | DB | ALT
TP

🫀 Coagulogram

  PT   PTT
   ╲ | ╱
    INR

💡 เคล็ดลับ: การบันทึกแบบก้างปลา ช่วยให้ทีมสุขภาพอ่านผล Lab ได้รวดเร็วและครบถ้วน โดยเฉพาะในการรายงานผู้ป่วยระหว่างเวร (Handover)

Quiz

🧠 แบบทดสอบ Topic 03

หลักการแปลผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ · 20 ข้อ

คะแนนของคุณ
0ถูก
0ผิด

🎯 สรุปสาระสำคัญ

การซักประวัติที่ดีต้องเตรียม 3 ส่วน: ตัวผู้ซัก · สถานที่ · ผู้ป่วย ร่วมกับทักษะสื่อสารที่ดี และการเรียงลำดับขั้นตอนชัดเจน — พยาบาลควรฝึกและพัฒนาทักษะให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

3ขั้นตอน
8โครงสร้าง
11แบบแผน
3เครื่องมือจำ
70%ACCURACY
🧘
Topic 04 · กำลังศึกษา
หลักการประเมินจิตสังคมบุคคล จากวัยเด็ก ผู้ใหญ่ และสูงอายุ
อาจารย์ ดร.ภาศิษฏา อ่อนดี · วิชา พยคร 111
04 · Psychosocial Assessment

ความหมายและความสำคัญของการประเมินจิตสังคม

การประเมินสุขภาพจิตและสุขภาวะทางสังคมของบุคคล รวมถึงการรับรู้ตนเองและความสามารถในการทำหน้าที่ในสังคม

🌐 การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม (Holistic Care)

การดูแลผู้ป่วยครบทุกมิติที่มีผลกระทบต่อความเจ็บป่วย ตาม Biopsychosocial Model

🏃 ร่างกาย (Physical) 💭 อารมณ์ (Emotional) 🤝 สังคม (Social) ✨ จิตวิญญาณ (Spiritual)
Bio
Psycho·Social
ภาวะจิตสังคม

Psychosocial State

สภาพองค์ประกอบของบุคคลด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ที่แสดงออกให้เห็นจากสีหน้า ท่าทาง แววตา คำพูด น้ำเสียง และพฤติกรรม ซึ่งทั้งหมดมีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อกัน

การประเมินจิตสังคม

Psychosocial Assessment

การประเมินสุขภาพจิตและสุขภาวะทางสังคมของบุคคล และประเมินการรับรู้ตนเองและความสามารถของบุคคลในการทำหน้าที่ในสังคม ภายใต้บริบทสังคมและกรอบวัฒนธรรมที่เป็นภูมิหลังของบุคคลนั้น

⭐ ความสำคัญของการประเมินจิตสังคม

01

เข้าใจบุคคลแบบองค์รวม

ทำให้เข้าใจผู้ป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ไม่มองแค่อาการทางกาย

02

ประเมินและวิเคราะห์ได้ถูกต้อง

ช่วยให้ประเมินและวิเคราะห์ภาวะจิตสังคมของบุคคลได้ถูกต้อง ครอบคลุม

03

วางแผนการพยาบาลที่เหมาะสม

นำไปสู่การกำหนดข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลและวางแผนการพยาบาลที่เหมาะสมกับปัญหาจิตสังคมของผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ

🎯 วัตถุประสงค์การเรียนรู้

อธิบายความหมายของภาวะจิตสังคมได้
อธิบายความสำคัญของการประเมินจิตสังคมได้
อธิบายองค์ประกอบในการประเมินจิตสังคมได้
วิเคราะห์ข้อมูลจากการประเมินภาวะจิตสังคมได้
04 · Data Collection

ลักษณะข้อมูล ทักษะ และวิธีรวบรวมข้อมูล

ข้อมูลที่ใช้ประเมินภาวะจิตสังคมมาจาก 2 แหล่งหลัก และต้องอาศัยทักษะเฉพาะของผู้ประเมิน

Subjective Data · ข้อมูลอัตนัย

ข้อมูลที่ได้จากการบอกเล่า

ข้อมูลที่ได้จากการซักถาม/การสัมภาษณ์โดยตรงจากผู้รับบริการ พยาบาลต้องสร้างสัมพันธภาพอันดีและใช้เทคนิคที่เหมาะสม

Objective Data · ข้อมูลปรนัย

ข้อมูลจากการสังเกต

ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต รายงานของแพทย์ เวชระเบียน เอกสารอื่น และข้อมูลจากญาติ/เพื่อน/คนใกล้ชิด รวมถึงสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง

🎓 ทักษะที่ต้องใช้ในการประเมินจิตสังคม

👁️
OBSERVATION

ช่างสังเกต

👂
LISTENING

ทักษะการฟัง

🤲
ACCEPTING

ยอมรับในตัวผู้ป่วย

❤️
EMPATHY

เข้าใจความรู้สึก

🌏
UNDERSTANDING

เข้าใจบริบทวัฒนธรรม

📋 วิธีการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินจิตสังคม

01

การสังเกต

เก็บรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมในทุกสถานการณ์ตั้งแต่พบครั้งแรก เป็นการสนับสนุนข้อมูลจากการสัมภาษณ์

02

การสัมภาษณ์

วิธีหลักในการรวบรวมข้อมูลจิตสังคม ใช้เทคนิคการสัมภาษณ์ที่เหมาะสม สร้างสัมพันธภาพก่อนเสมอ

03

ตรวจสภาพจิต

Mental Status Examination (MSE) ประเมินระดับความรู้สึกตัว การรับรู้ ความคิด และความจำ

⚠️ ปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินจิตสังคม

ASSESSOR · ผู้ประเมิน
  • ขาดทักษะในการประเมิน
  • มีบุคลิกภาพไม่เหมาะสม
CLIENT · ผู้รับบริการ
  • ปัญหาสุขภาพ/ความเจ็บป่วย
  • ความเสื่อมของร่างกายตามวัย
  • ประสบการณ์เดิม
04 · Interviewing

การสัมภาษณ์ (Interviewing)

วิธีการหลักในการรวบรวมข้อมูลจิตสังคม ต้องใช้เทคนิคและหลักการที่ถูกต้อง

🔄 ขั้นตอนการสัมภาษณ์ 3 ระยะ

01

สร้างสัมพันธภาพ

ทำความรู้จัก แนะนาตัว บอกวัตถุประสงค์ ลดความวิตกกังวล

ใช้เวลา 3–5 นาที
02

ดำเนินการสัมภาษณ์

รวบรวมข้อมูลด้านจิตสังคม เลือกสถานที่เป็นสัดส่วน ใช้เทคนิคเหมาะสม

ใช้เวลา 30–45 นาที
03

ยุติการสัมภาษณ์

ทำเมื่อรวบรวมข้อมูลเพียงพอ หรือผู้รับบริการเหนื่อยล้าหรือสะเทือนใจ

🛠️ เทคนิคการสัมภาษณ์

Q

คำถามปลายเปิด (Open Question)

"คุณช่วยเล่าความรู้สึกของคุณขณะที่คุณทะเลาะกับภรรยาให้ฟังหน่อยนะคะ"

L

ฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening)

จับประเด็นสำคัญ ไม่มีอคติ ไม่นำความคิดหรือค่านิยมของตนไปตัดสินผู้รับบริการ

R

สะท้อนความคิดความรู้สึก (Reflecting)

"คุณเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" — ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองถูกรับฟัง

C

ขอความกระจ่าง (Clarifying)

เมื่อผู้รับบริการพูดไม่ชัดเจน เช่น "มันที่คุณพูดหมายถึงใครคะ"

S

สรุปความ (Summarizing)

ทบทวนข้อมูล บอกสัญญาณว่ากำลังจะสิ้นสุดการสัมภาษณ์

การใช้ความเงียบ (Using Silence)

ทำให้ผู้รับบริการใช้เวลาคิด หรือได้ระบายอารมณ์ความรู้สึก

🚫 คำถามที่ไม่ควรใช้

CLOSED QUESTION · ❌

"คุณรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นั้น ใช่หรือไม่คะ"

จำกัดคำตอบ ทำให้ข้อมูลไม่ครบ

LEADING QUESTION · ❌

"คุณเสียใจมากที่มารดาไม่เข้าใจคุณ"

ชี้นำคำตอบ ทำให้ข้อมูลบิดเบือน

04 · Physical Dimension

มิติด้านร่างกาย (Physical Dimension)

การประเมินภาวะร่างกายที่ส่งผลต่อภาวะจิตสังคม ครอบคลุมพันธุกรรม ประวัติสุขภาพ และการดำเนินชีวิตประจำวัน

GENETICS & HISTORY

พันธุกรรมและประวัติสุขภาพ

  • พันธุกรรม: โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า ถ่ายทอดได้
  • ประวัติสุขภาพ การเจ็บป่วยในอดีต อุบัติเหตุ
  • ประวัติการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตนเอง
DAILY ACTIVITIES

การดำเนินชีวิตประจำวัน

  • รับประทานอาหาร: น้อยหรือมากเกินไป
  • การขับถ่าย: ท้องผูก ลำไส้แปรปรวน
  • การพักผ่อนนอนหลับ: นอนไม่หลับ/นอนมาก
  • กิจกรรมออกกำลังกาย: ทำกิจกรรมลดลง

👤 ลักษณะทั่วไปและพฤติกรรม (General Appearance)

การแต่งกาย
ไม่เรียบร้อย สีฉูดฉาดเกินไป
ท่าทาง
ลุกลี้ลุกลน ผุดลุกผุดนั่ง ตาขวาง
ความสะอาด
สกปรก ไม่อาบน้ำ
การเคลื่อนไหว
ไม่อยู่นิ่ง หรือนั่งนิ่งเฉย
04 · Emotional Dimension

มิติด้านอารมณ์ (Emotional Dimension)

การประเมินสภาพอารมณ์ ความรู้สึก ความวิตกกังวล รวมถึงความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

💭 ภาวะอารมณ์ที่ประเมิน

สังเกตจากสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง คำพูด และพฤติกรรม ต้องประเมินความสอดคล้องระหว่างคำพูดและสีหน้า เช่น ผู้รับบริการบอกว่ารักน้องสาวมาก แต่สีหน้าเกลียดชังและน้ำเสียงประชดประชัน

😟 วิตกกังวล😨 กลัว😡 โกรธ😔 ซึมเศร้า😞 หมดหวัง😶 ว้าเหว่
Mood
Affect

📋 เครื่องมือคัดกรองมาตรฐาน

9Q

แบบประเมินโรคซึมเศร้า

9 คำถามเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนน 0–3 ต่อข้อ

⚠️ คะแนน 9Q ≥ 7 → ประเมินการฆ่าตัวตาย (8Q) และส่งพบแพทย์
8Q

แบบประเมินการฆ่าตัวตาย

8 คำถามประเมินความเสี่ยงการฆ่าตัวตาย

  • 0 คะแนน → ไม่มีแนวโน้ม
  • 1–8 คะแนน → แนวโน้มน้อย
  • 9–16 คะแนน → แนวโน้มปานกลาง
  • ≥ 17 คะแนน → รุนแรง ส่งต่อ รพ. ด่วน

⚡ กลุ่มเสี่ยงสูงต่อการฆ่าตัวตาย

  • ผู้สูงอายุที่ขาดที่พึ่ง ถูกทอดทิ้ง
  • ผู้ที่ตกงาน ขาดรายได้
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (มะเร็ง HIV Stroke)
  • ผู้ป่วยโรคจิตเวชรุนแรง (โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า)
  • เด็กวัยรุ่นที่มีความเครียด/ถูกบูลลี่
  • ผู้มีปัญหา Borderline Personality

🔍 สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

  • มีประวัติพยายามฆ่าตัวตาย
  • พูดเรื่องความตาย / ถามเรื่องยาอันตราย
  • พฤติกรรมแยกตัว
  • กังวล หมดหวัง ร้องไห้บ่อย
  • มีท่าทีมีความสุขโดยไม่มีเหตุผล (หลังซึมเศร้า)
  • เก็บสะสมสิ่งที่จะทำร้ายตนเอง
04 · Intellectual Dimension

มิติทางด้านสติปัญญา (Intellectual Dimension)

การตรวจสภาพจิต (Mental Status Examination) ประเมินกระบวนการคิด การรับรู้ ระดับการรู้สึกตัว และความจำ

🧠 10 องค์ประกอบมิติสติปัญญา

01
กระบวนการคิด

เนื้อหาความคิด · รูปแบบความคิด

02
การรับรู้

Hallucination · Illusion

03
ระดับการรู้สึกตัว

Confusion · Stupor · Coma

04
Orientation

เวลา · สถานที่ · บุคคล

05
ความรู้ทั่วไป

General knowledge & Intelligence

06
การตัดสินใจ

Judgment

07
การรู้จักตนเอง

Insight

08
ความคิดนามธรรม

Abstract vs Concrete Thinking

09
ความสนใจ/สมาธิ

Attention & Concentration

10
ความจำ

Recent · Remote · Recall

Hallucination · ประสาทหลอน

การรับรู้ผิดปกติ ไม่มีสิ่งเร้าจริง

  • Visual: เห็นภาพหลอนที่คนอื่นไม่เห็น
  • Auditory: หูแว่วได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน
  • Olfactory: ได้กลิ่นแปลกๆ
  • Tactile: รู้สึกมีอะไรมาไต่ตามตัว
Delusion · ความคิดหลงผิด

เนื้อหาความคิด (Content of Thought)

  • Grandeur: คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่
  • Persecutory: คิดว่ามีคนปองร้าย
  • Jealousy: คิดว่าสามี/ภรรยามีชู้
  • Idea of reference: คิดว่าทีวีพูดถึงตนเอง

💾 ความจำ 3 ชนิด

RECENT MEMORY
ความจำระยะสั้น

ไม่เกิน 1–2 วัน ถามว่าเมื่อเช้าทานข้าวกับอะไร

ผิดปกติพบใน: สมองเสื่อม, ได้รับการรักษาด้วยไฟฟ้า

REMOTE MEMORY
ความจำระยะยาว

เรื่องในอดีต ถามว่าตอนอนุบาลเรียนอยู่ที่ไหน

ผิดปกติพบใน: สมองเสื่อม, Delirium

RECALL MEMORY
ความจำทันทีทันใด

บอกผลไม้ 5 อย่าง ถามใหม่อีก 5 นาที ตอบได้ 3/5 = ปกติ

04 · Social Dimension

มิติด้านสังคม (Social Dimension)

ครอบคลุมอัตมโนทัศน์ บทบาทและสัมพันธภาพ และบริบทวัฒนธรรม

🪞

อัตมโนทัศน์

SELF-CONCEPT
  • Body image ความรู้สึกต่อร่างกายตนเอง
  • Self-esteem การรับรู้คุณค่าในตนเอง
👥

บทบาทและสัมพันธภาพ

ROLE & RELATIONSHIP
  • บทบาทในครอบครัวและงาน
  • สัมพันธภาพกับบ้าน ร.ร. ที่ทำงาน ชุมชน
🌏

บริบทวัฒนธรรม

CULTURAL & ENVIRONMENT
  • ค่านิยม ความเชื่อ ประเพณี
  • ผลต่อการตัดสินใจและการรักษา

❓ ตัวอย่างคำถามประเมิน Self-Concept

BODY IMAGE
"คุณรู้สึกชอบส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด"
"คุณอยากจะเปลี่ยนแปลงส่วนไหนของร่างกาย"
SELF-ESTEEM
"คุณรู้สึกว่าตนเองมีความสามารถในเรื่องอะไร"
"คุณภูมิใจอะไรในตนเองมากที่สุด"
⚠️ ไม่ควรถาม: "คุณรู้สึกตัวเองมีคุณค่าหรือไม่"
04 · Spiritual Dimension

มิติทางด้านจิตวิญญาณ (Spiritual Dimension)

ประเมินคุณค่า ความเชื่อ ความศรัทธา จุดมุ่งหมายในชีวิต และผลกระทบต่อการเจ็บป่วย

✨ แบบแผนคุณค่า ความเชื่อ และสุขภาวะทางจิตวิญญาณ

Value-Belief-Spiritual Pattern ประเมินว่าผู้ป่วยมีปรัชญาชีวิตอย่างไร จุดมุ่งหมายในชีวิต ความหวัง สิ่งที่มีความหมาย และความเชื่อทางศาสนาที่อาจส่งผลต่อการรักษา

🙏 ศาสนา🌠 ความหวัง🧭 จุดมุ่งหมาย💪 กำลังใจ
Soul
Spirit

⚡ ผลกระทบทางด้านจิตวิญญาณ

การเปลี่ยนบทบาท

จากหัวหน้าครอบครัวมาเป็นผู้ป่วย ทำให้เกิดการสูญเสียตัวตนและจุดมุ่งหมาย

วิตกกังวลเรื่องสุขภาพกาย

ความเจ็บป่วย การไร้ความสามารถ ภาพลักษณ์ทางร่างกาย ผลของการรักษา

ความเชื่อมีผลต่อการรักษา

ความเชื่อทางศาสนา กฎแห่งกรรม อาจทำให้ปฏิเสธหรือยอมรับการรักษาต่างกัน

📜 พินัยกรรมชีวิต (Living Will) — สิ่งที่ควรระบุ

"ต้องการ" ให้กู้ชีพโดยการปั๊มหัวใจ
"ไม่ต้องการ" ให้เจาะคอหรือใส่ท่อช่วยหายใจ
"ต้องการ" ให้ล้างไตเมื่อไตวาย
"ไม่ต้องการ" ให้ยาปฏิชีวนะที่ไม่ก่อประโยชน์
04 · Nursing Diagnosis

การวินิจฉัยปัญหาทางการพยาบาลด้านจิตสังคม

ตัวอย่างข้อวินิจฉัยพยาบาลที่พบบ่อยในแต่ละมิติของภาวะจิตสังคม

PHYSICAL · ร่างกาย
  • แบบแผนการนอนหลับแปรปรวน เนื่องจากกลัวการผ่าตัด
  • มีการหายใจผิดปกติ เนื่องจากวิตกกังวลสูง
  • ได้รับสารน้ำสารอาหารไม่เพียงพอเพราะมีอาการหวาดระแวง
EMOTIONAL · อารมณ์
  • ซึมเศร้า เนื่องจากความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลง
  • มีความคิดฆ่าตัวตาย เนื่องจากอารมณ์เศร้าและคุณค่าตนเองต่ำ
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เนื่องจากไม่ยอมรับความจริง
INTELLECTUAL · สติปัญญา
  • สมาธิลดลง เนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับความเจ็บป่วย
  • การตัดสินใจไม่เหมาะสม เนื่องจากขาดความรู้เกี่ยวกับโรค
  • มีความวิตกกังวลเนื่องจากภาวะความจำบกพร่อง
SOCIAL · สังคม
  • มีพฤติกรรมแยกตัว เนื่องจากวิตกกังวลการเจ็บป่วย
  • สัมพันธภาพบกพร่อง เนื่องจากมีความคิดหลงผิด
  • การสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกระบวนการคิดผิดปกติ
SPIRITUAL · จิตวิญญาณ
  • ปฏิเสธการรักษา เนื่องจากมีความเชื่อเกี่ยวกับกฎแห่งกรรม
  • มีความทุกข์ทรมานทางจิตวิญญาณและความเชื่อ
  • ปัจจัยทางจิตวิญญาณมีผลต่อความเจ็บป่วย
  • ความเชื่อมีผลต่อความเจ็บป่วย/การรักษา

✏️ หลักการบันทึกผลการประเมินจิตสังคมที่ถูกต้อง

❌ ไม่ถูกต้อง
"ผู้ป่วยมีความคิดหลงผิดแบบหวาดระแวง"

เป็นการตีความ ไม่ใช่การบันทึกข้อมูล

✅ ถูกต้อง
"ผู้ป่วยบอกว่าคนข้างบ้านมาแอบดูตามรอยแตกที่ผนัง เพื่อหาโอกาสมาขโมยของและอาจจะฆ่าผู้ป่วย"

บันทึกสิ่งที่ผู้ป่วยพูดโดยตรง (Verbatim)

Quiz

🧠 แบบทดสอบ Topic 04

หลักการประเมินจิตสังคม · 12 ข้อ

คะแนนของคุณ (จาก 12 ข้อ)
0ถูก
0ผิด